Home / เที่ยววันเดียว

เที่ยววันเดียว

เชสกีกรุมลอฟ (Český Krumlov)

เมืองโบฮีเมียนทางใต้อันมีเสน่ห์แห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากกรุงปราก 180 กิโลเมตร เมืองนี้เป็นหนึ่งในจำนวนไม่กี่เมืองที่ยังคงเก็บรักษาธรรมชาติแบบยุคกลางของตนเองไว้ เมืองนี้ถูกเรียกว่าไข่มุกแห่งโบฮีเมีย ศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ของเมืองนี้ได้ถูกนำไปลงไว้ในรายการมรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติขององค์การยูเนสโกในปี 1992 เมืองนี้ถูกครอบงำโดยสิ่งบ่งบอกสำคัญทางวัฒนธรรมชาติสองสิ่ง – ปราสาทและโบสถ์โกธิกเซนต์ไวตัส (St.Vitus) ปราสาทมีส่วนหนึ่งเป็นป้อมปราการยุคกลางและอีกส่วนเป็นคฤหาสน์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนยอดหน้าผาอย่างโดนเด่นและสามารถมองเห็นวิวเมืองโดยรอบ อย่างไรก็ตามปราสาทนี้ใหญ่เป็นอันดับสองในดินแดนเช็กนี้ (รองจากปราสาทกรุงปราก)  ปราสาทยุคเรอเนสซองซ์อันยิ่งใหญ่แห่งนี้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่อยู่ของท่านลอร์ดส์ โรเซนเบิร์ก และท่านลอร์ดส์ ชวาร์เซนเบิร์ก ผู้ทรงอำนาจ ปัจจุบันเป็นที่เก็บรวบรวมเฟอร์นิเจอร์สไตล์พีเรียดของอังกฤษ สิ่งทอของชาวเฟลมิชรวมถึงอาวุธทางประวัติศาสตร์และมีหอศิลป์ภาพด้วย คุณห้ามพลาดชมด้านในของปราสาทอันมหัศจรรย์แห่งนี้รวมถึงเมืองเก่าที่มีถนนเล็กๆอันโรแมนติกและบ้านยุคกลางที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ ปราสาทได้ถูกสร้างขึ้นราวๆศตวรรษที่ 13 โดยมีองค์ประกอบในสไตล์โกธิก เรอเนสซองซ์ และบารอก ทัวร์ที่มีไกด์นำทางจะรวมเอาการเยี่ยมชมฮอลล์ออฟมาสก์ (Hall of Masks) เข้าไว้ด้วย สถานที่นี้เป็นห้องเต้นรำที่ได้รับการวาดรูปไว้ในปี 1748 (เป็นรูปแขกเข้าร่วมการเต้นรำสวมหน้ากาก) บ้านของลาทราน (Latrán) อันเป็นพื้นที่รอบๆปราสาทเดิมทีเป็นที่อยู่ของคนรับใช้และอาลักษน์ศาล สิ่งปลูกสร้างที่นี่มีอารามไมนอริท (Minorite Monastery) และโรงเบียร์เอ็กเกนเบิร์ก (Eggenberg Brewery) ซึ่งมีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 และในปัจจุบันยังคงทำการส่งสินค้าโดยใช้ม้าและเกวียน ข้างล่างทางเดินขึ้นปราสาทเป็นอดีตบ้านพักรับรองยุคกลางและโบสถ์เซนต์จอสท์ (Church of …

Read More »

คาร์โลวี วารี (Karlovy Vary)

ถ้าเราต้องการที่จะรู้ข้อมูลที่แม่นยำมากกว่านี้ จริงๆเมืองนี้ถูกค้นพบโดยพระเจ้าชาร์ลส์ที่4 ในขณะที่เขากำลังล่ากวางในช่วงกลางศตวรรษที่ 14 ในปี 1522 ดอกเตอร์เพเยอร์แห่งโลเก็ตได้อ้างถึงคุณสมบัติของน้ำที่นี่ในวารสารทางการแพทย์และชื่อเสียงของน้ำนี้ก็เริ่มขจรขยายออกไป ในช่วงปลายศตวรรษที่ 16 มีอาคารสปามากกว่า 200 แห่ง แต่ลักษณะปัจจุบันของเมืองมีสิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่จากศตวรรษที่ 19 ทุกวันนี้มีผู้เยี่ยมชมนับหมื่นชื่นชมเมืองนี้ทุกปีโดยไม่รวมผู้ป่วยและแขกที่เข้ามาทำการรักษาในบ้านสปาท้องถิ่น น้ำแร่ส่วนใหญ่ถูกใช้ในการรักษาแบบดื่มกินอันเป็นส่วนที่สำคัญมากที่สุดในการรักษาแบบสปา มีการใช้น้ำพุร้อน 12 แห่งในการรักษาและคุณก็จะมีโอกาสที่จะได้ลิ้มรสน้ำแร่เหล่านั้น น้ำพุร้อนที่มเป้นที่รู้จักมากที่สุดคือวาริดโล (Vridlo) (น้ำพุร้อนที่ร้อนที่สุดที่อุณหภูมิ 72 องศาเซลเซียส) บุคคลที่มีชื่อเสียงจำนวนมากได้ไปเยี่ยมชมเมืองนี้ เช่น  ลุดวิจ ฟาน เบโทเฟิน เฟรเดริก โชแปง  ฟรานซ์ ลิซท์  โยฮันน์ โวล์ฟกังเกอเท ฟรีดริช ชิลเลอร์ อเล็กซี่ ตอลสตอย อานโตนิน ดโวราค และอื่นๆ คาร์โลวีวารีมีสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์ ที่ทันสมัยและน่าประทับใจ นอกจากนี้ยังมีแนวเสาหินที่สวยงามมากที่สุด คาร์โลวีวารีเป็นเมืองที่มีการผสมผสานกันอย่างกลมกลืนระหว่างความสวยงามของธรรมชาติและความสง่างามแห่งสปา คุณสามารถเดินเล่นตามแนวเสาหิน ชื่นชมอาคารที่น่าสนใจต่างๆ และเพลิดเพลินไปกับความสะดวกสบายของภัตตาคารระดับแนวหน้า คุณสามารถเดินในสวนสาธารณะแบบสปาที่นอกจากสวยงามมากๆแล้วยังเงียบสงบด้วย …

Read More »

คุทนาโฮรา (Kutná Hora)

เพราะว่าคุทนาโฮรามีเหมืองเงินซึ่งเคยเปิดมาเป็นเวลา 250 ปี เมืองนี้จึงเป็นเมืองที่สำคัญมากที่สุดเป็นอันดับสอง(รองจากกรุงปราก) ของอาณาจักรโบฮีเมียน ในช่วงศตวรรษที่ 14 ประชากรของเมืองนี้มีจำนวนเท่ากับประชากรของกรุงลอนดอน แต่ในปัจจุบันเมืองนี้เป็นเพียงเมืองเล็กๆที่มีประชากร 20,000 กว่าคน มีโบสถ์สไตล์โกธิกที่สวยงามให้เห็นอยู่มากมาย เช่น โบสถ์เซนต์บาร์บารา (St. Barbara´s Cathedral) (1388-1565) ซึ่งเป็นหนึ่งของสิ่งก่อสร้างสไตล์โกธิกที่สวยงามมากที่สุด  อิตาเลี่ยนคอร์ท (Vlašský dvůr) ที่มีโรงกษาปณ์ซึ่งครั้งหนึ่งเคยผลิตเหรียญกษาปณ์โกรสเชนที่มีชื่อเสียงของกรุงปรากขึ้นมา (ณ เวลานั้นเป็นตัวแทนสกุลเงินแข็งของยุโรปกลาง) สโตนเฮาส์ (Stone House) และโบสถ์เซนต์เจมส์ (St. James Church) เป็นต้น ในปี 1995 คุทนาโฮราถูกประกาศให้เป็นแหล่งมรดกโลกและนับจากนั้นก็ได้รับการคุ้มครองจากองค์การยูเนสโก ในปัจจุบันเมืองนี้ได้รับผลประโยชน์เป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวและจากโรงงานยาสูบของบริษัทฟิลลิปมอร์ริส เซดเลกอยู่ทางเหนือของคุทนาโฮรา และในศตวรรษที่ 19 ที่เก็บกระดูกของนักบวชนิกายซิสเตอร์เชียนในเซดเลกก็ได้ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นงานศิลปะแห่งความตายอันน่ากลัวของฟรานติเสค รินท์ มีโกศเก็บกระดูก โคมไฟระย้า และแม้กระทั่งลัญจกรของตระกูลชวาร์เซนเบิร์ก   สถานที่เยี่ยมชม ที่เก็บกระดูก  (Ossuary)­ – …

Read More »

เทเรซิน (Terezin)

เทเรซิน – เป็นอดีตเมืองป้อมปราการซึ่งเดิมทีถูกสร้างขึ้นโดยสมเด็จพระจักรพรรดิโจเซฟที่ 2 ให้เป็นระบบที่มั่นทางทหารอันชาญฉลาดเพื่อป้องกันอาณาจักรจากการรุกรานของปรัสเซียในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 อย่างไรก็ตามได้มีการเปลี่ยนแปลงเมืองเทเรซินทั้งหมดให้กลายไปเป็นสลัมชาวยิว (และใช้เป็นค่ายขนถ่ายชั่วคราวของชาวยิวที่มีจุดหมายสุดท้ายเป็นค่ายกักกันเอาชวิตซ์ (Auschwitz) ของนาซี) ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อเสร็จสิ้นสงครามมีชาวยิวจำนวน 150,000 คน ผ่านเมืองเทเรซินและอีก 35,000 คนได้ตายลงด้วยโรคภัยไข้เจ็บหรือหิวตาย ในขณะเดียวกันคนเยอรมันใช้เมืองเทเรซินเพื่อจุดประสงค์ในการโฆษณาชวนเชื่อหลอกลวง ได้มีการชักจูงให้ผู้เยี่ยมชมจากกาชาดสากลเชื่อว่าที่นี่เป็นศูนย์กลางทางการค้าและวัฒนธรรมที่เบ่งบาน ในตอนนี้เมืองเทเรซินยังคงจดจำประวัติศาสตร์อันมืดมนของสงครามโลกครั้งที่สองซึ่งมีคนยิวจำนวนหลายพันคนได้เสียชีวิตลงได้   การเดินทางจากกรุงปรากไปยังเทเรซิน เทเรซินตั้งอยู่ประมาณ 60 กิโลเมตรทางทิศเหนือของกรุงปรากหรือเพียงแค่ 8 กิโลเมตรจากลิโทเมอริซ (Litoměřice) โดยรถประจำทาง : จากสถานีฟลอเรนซ์ (สายลิโมเมอริซ (Limomerice) มีรถประจำทาง 6 เที่ยวต่อวัน) ค่าตั๋วตกอยู่ราวๆ 60 โครูนาเช็ก โดยรถยนต์ : ขับออกจากกรุงปรากไปทางทิศเหนือมุ่งหน้าไปยังเดรสเดน (Dresden) โดยใช้ทางหลวงหลักอี55 คอยมองหาเครื่องหมายทางออกไปยังเมืองเทเรซิน คำแนะนำ : จองออนไลน์ทัวร์ระยะสั้นไปยังเทเรซิน ได้ที่นี่ เวลาทำการ …

Read More »

โรงกลั่นเบียร์เปิลเซนและพิลส์เนอร์ (Plzeň)

เปิลเซน (Plzeň) คือเมืองแห่งเบียร์สำหรับคนส่วนใหญ่ ซึ่งก็เป็นเช่นนั้น อย่างน้อยที่สุดตามความหมายในภาษาเยอรมัน โรงกลั่นเบียร์ พิลส์เนอร์ เออร์เกล (Pilsner Urquell) เหมาะสำหรับผู้ที่หลงใหลคลั่งไคล้เบียร์ ที่นี่มีเบียร์มากมายหลายรูปแบบให้เลือกชิม นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมายังเมืองโบฮีเมียซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศเพื่อเยี่ยมชมอนุสาวรีย์และโบสถ์ต่าง ๆ แต่ก็สามารถพูดได้ว่านักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเมืองนี้เพื่อเข้าชมโรงกลั่นเบียร์ ที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเล็กน้อย แทบที่จะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่สังเกตเห็นประตูทางเข้าอันโด่งดังซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของฉลากเบียร์ Plzeňský Prazdroj’s ซึ่งทำให้เบียร์เออร์เกลกลายเป็นตราสินค้าจากสาธารณรัฐเช็ก หลังจากทัวร์เยี่ยมชมโรงกลั่น นักท่องเที่ยวสามารถไปยังภัตตาคาร Prazdroj ซึ่งอยู่ติดกับทางเข้า ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของจัตุรัสกลาง (Náměstí Republiky) ใน Veleslavínova เป็นที่ตั้งของอาคารเก่าแก่สีเหลืองน่าหลงใหล ซึ่งกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์โรงกลั่นเบียร์ขนาดใหญ่ในปัจจุบัน ที่นี่มีห้องโถงเบียร์ชื่อว่า ‘Na Parkánu’ เมืองเปิลเซนนั้นมีอะไรมากกว่าแค่โรงกลั่นเบียร์ เมืองเก่านี้ได้รับการก่อสร้างบนพื้นที่ขนาดใหญ่ซึ่งล้อมรอบไปด้วยถนนสายใหญ่ร่มรื่นซึ่งแยกออกมาจากเมืองอุตสาหกรรมที่ล้อมโดยรอบ เมืองนี้ก่อตั้งโดยกษัตริย์วาคลัฟ ที่สอง (King Václav the second) ในปี 1295 เมืองนี้ตั้งอยู่บนศูนย์กลางของแม่น้ำ 4 สาย ซึ่งนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง หลังจากช่วงเวลาอันโหดร้ายจากสงคราม 30 ปี …

Read More »

คาร์ลสเตน (Karlštejn)

Karlštejn ได้ถูกก่อตั้งโดยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 ในปี 1348 เพื่อให้เป็นที่เก็บเครื่องราชกกุธภัณฑ์ของจักรพรรดิและคอลเลกชันของสิ่งของที่ตกทอดมาเป็นของพระองค์ ปัจจุบันมีผู้เข้าเยี่ยมชมเฉลี่ย 300,000 คนต่อปีและเป็นทางเลือกอันดับแรกสำหรับการเดินทางหนึ่งวันแบบสั้นจากกรุงปราก เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องรู้ว่าทัวร์ระยะสั้นทั้งหมดและคนที่ขับรถมาเองต้องจอดยานพาหนะไว้ที่เชิงเขา ดังนั้นให้เตรียมตัวเดินเป็นเวลา 15 นาทีขึ้นไปยังทางเข้าปราสาท เมื่อคุณเดินขึ้นเขาคุณจะได้รับสิ่งตอบแทนเป็นทัศนียภาพอันสวยงามของภูเขา เมือง และแม่น้ำ ที่เคลื่อนตัวไปอย่างสวยงามเบื้องหน้าคุณ สถานที่นี้เหมาะแก่การเยี่ยมชมแม้ว่าคุณไม่ต้องการที่จะไปทัวร์ปราสาทก็ตามเพราะว่าคุณสามารถเพียงแค่เดินรอบๆปราสาทด้านนอกและเก็บบรรยากาศของสถานที่ได้ นอกจากนั้นคุณยังสามารถรับประทานอาหารกลางวันและอาหารค่ำที่หนึ่งในผับและร้านอาหารของคาร์ลสเตน ค่าเข้าชม : ขึ้นอยู่กับทัวร์ ราคา 200 หรือ 300 โครูนาเช็ก   การเดินทาง ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงปราก 35 กิโลเมตร คุณสามารถนั่งรถไฟจาก Hlavni Nadrazi (สถานีหลัก)ไปยัง Beroun หรือ Praha – Smichov และหยุดที่ Karlstejn (40 นาที ทุกชั่วโมง) ค่าตั๋วตกราว 60 โครูนาเช็ก แต่เพื่อป้องกันความยุ่งยากจะดีกว่าถ้า จองทัวร์พร้อมไกด์เดินทางการขนส่งที่ได้จัดการไว้แล้ว …

Read More »

เบอร์โน (Brno)

เมืองหลวงโมราเวียนแห่งเบอร์โนคือเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นลำดับที่ 2 ในสาธารณรัฐเช็ก และเป็นประตูสู่ไร่องุ่นที่อุดมสมบูรณ์ของโมราเวียนทางใต้ เมื่อเทียบกับปรากในเรื่องของกิจกรรมและสถาปัตยกรรมอนุสรณ์สำหรับการเยี่ยมชม เบอร์โนมีขนาดเล็กกว่ามาก แต่ชีวิตยามค่ำคืนของเบอร์โน โดยเฉพาะในช่วงสุดสัปดาห์ สามารถแข่งขันกับบรรยากาศของกรุงปรากได้ เมื่อนักเรียนนับพันคนและแม้แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติต่างเข้ามายังคาเฟ่ คลับและผับ รวมถึงร้านอาหารและเครื่องดื่มหลากหลาย นอกจากนี้ยังมีจัตุรัสเมืองเก่าที่ได้รับการป้องกันโดยมังกรสูง 2 เมตร พิพิธภัณฑ์มากมายและวิลล่า ทูเกนด์ฮัท ที่ได้รับการคุ้มครองโดยยูเนสโก และคุณสามารถอยู่ในเมืองเบอร์โนได้ 2 วันโดยไม่ต้องกังวลว่าจะเบื่อ Špilberk และ Petrov คือ 2 เนินเขาที่มีเสน่ห์มากที่สุดของเบอร์โน โดยมีโบสถ์ใหญ่ตั้งอยู่บนยอดเขาหนึ่ง และอีกยอดเขามีปราสาท Špilberk อันสง่างาม   วิลล่า ทูเกนด์ฮัท ตัวอย่างที่สำคัญที่สุดของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ในเบอร์โนคือ วิลล่า ทูเกนด์ฮัทสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่อยู่ในรายชื่อของมรดกโลกยูเนสโกวิลล่า ทูเกนด์ฮัท ได้ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อเป็นประจักษ์พยานในการกำเนิดของบ้านสมัยใหม่และยังเป็นชะตากรรมที่น่าเศร้าต่อผู้คนที่เคยอาศัยอยู่ที่นั่น ผลงานนี้เป็นของ Mies van der Roheสถาปนิกชาวเยอรมันที่มีชื่อเสียง ปัจจุบันถือเป็น 1 ใน 4 วิลล่าที่มีความสำคัญมากที่สุดของโลก วิลล่า …

Read More »

ปราสาทคริโวคลัท (Křivoklát Castle)

ประวัติกล่าวไว้ว่าราชปราสาทคริโวคลัทถูกบันทึกลงเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นครั้งแรกราวๆปี 1100 หลังคริสตกาลถึงแม้ว่าตัวอาคารในปัจจุบันจะมีมาตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 13 แล้วก็ตาม ตัวปราสาทได้ถูกขยายและทำให้แข็งแรงขึ้นตอนสิ้นสุดศตวรรษที่ 14  เนื่องจากการปฏิสังขรณ์และการสร้างขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่องเหล่านี้ทั้งหมด ตัวปราสาทจึงแสดงให้เห็นช่วงต่างๆของสไตล์โกธิกทั้งหมด ตัวปราสาทมีลักษณะโดดเด่นไม่เหมือนใครจากมุมมองของสถาปัตยลักษณ์ นอกจากนั้นยังคล้ายกับแนวคิดปราสาทของประเทศฝรั่งเศส ครั้งหนึ่งปราสาทนี้เคยเป็นที่ประทับยามออกล่าสัตว์ของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 คุณจะเห็นห้องโถงพระราชาด้านในที่มีเพดานโค้ง โบสถ์สไตล์โกธิกที่มีฉากหลังแท่นบูชาได้รับการแกะสลักอย่างประณีต ห้องใต้ดินซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกใช้เป็นคุกและในปัจจุบันเป็นที่เก็บเครื่องมือทรมานมัจจุราชชนิดต่างๆ และห้องโถงอัศวินซึ่งเป็นที่เก็บสะสมจิตกรรมโกธิกยุคปลายและประติมากรรมจำนวนมาก ปราสาทคริโวคลัทตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันตกของกรุงปราก 40 – 50 กิโลเมตร และมีผู้เยี่ยมชม 250,000 คนต่อปี ปราสาทนี้เป็นปราสาทที่ได้รับการเยี่ยมชมมากที่สุดเป็นอันดับสองของสาธารณรัฐเช็ก สิ่งที่ดีที่สุดสิ่งหนึ่งจากการเดินทางไปยังปราสาทคริโวคลัทก็คือชนบทที่อยู่รอบ ๆ ที่มีทางเดินจำนวนมากมายอันเหมาะสมสำหรับการเดินป่า ปั่นจักรยานและเดินเล่นยามว่าง การเดินทาง ให้ขึ้นรถไฟจากสถานีกลางของกรุงปรากในทิศทางตรงไปยังทาบอร์และลงที่สถานีเบเนซอฟ ยู พราฮี จากนั้นใช้เวลาเดิน 15 นาทีจากสถานีไปยังปราสาท หรือถ้าเดินทางโดยรถประจำทางก็สามารถเดินทางได้จากสถานี Florenc ถ้าเดินทางโดยรถยนต์ให้ไปตามทางหลวงพิเศษ ปราก-บราโน แล้วออกที่ มิโรโซวิซ (ทางออก 21) ต่อจากนั้นให้ไปตามป้ายบอกทางสำหรับนักท่องเที่ยว หรือ จองทัวร์ระยะสั้นออนไลน์  

Read More »

Mariánské Lázně

Mariánské Lázně (Marienbad) เป็นสถานที่ที่สง่างามผสมผสานด้วยความทันสมัยและเป็นเมืองสปาสมัยใหม่ (แม้ว่าจะเป็นที่รู้จักน้อยกว่า Karlovy Vary) ที่นี่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางธรรมชาติและสภาพอากาศที่ดีเยี่ยม ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของภูเขาที่น่ามหัศจรรย์ ตัวเมืองตั้งอยู่ห่างจากปราก 150 กิโลเมตร อาคารขนาดใหญ่ที่สุดและน่าจะเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยที่สุดใน Mariánské Lázně ที่นี่ถูกเรียกว่า สปาแบบใหม่ ได้รับการสร้างโดยโปรเจคของ Josef Schaffer สถาปนิคจาก Mariánské Lázně ซึ่งทำการออกแบบศูนย์วัฒนธรรม อาคารคาสิโน ที่สร้างในรูปแบบของเรเนอซองส์สมัยใหม่แบบอิตาเลี่ยน นักค้นคว้ากล่าวว่าย้อนกลับไปปี 1889 สถานที่แห่งนี้เป็นเพชรเม็ดงามท่ามกลางต้นไม้มากมาย ความนิยมสูงสุดในเมืองสปาแห่งนี้คือ Bohemia, Marienbad (Mariánské Lázně) ซึ่งเป็นสปาแบบใหม่ มันถูกก่อสร้างขึ้นมาช่วงยุคต้นของศตวรรษที่ 19 โดยเจ้าอาวาสวัด Teplá เป็นแนวยาวไป 8 ไมล์ (12 กิโลเมตร) ทางตะวันออก Václav Skalník ถูกสร้างมาให้เป็นสวนและเพียงไม่กี่สิบปี พื้นที่ห่างไกลในป่า Bohemia กลายเป็นอุทยานแบบผสมที่รวบรวมพืชพันธุ์ทางการรักษาเอาไว้ …

Read More »

České Budějovice

ตั้งอยู่ที่ 160 กิโลเมตร ทางใต้ของกรุงปราก České Budějovice เป็นสถานที่ที่มีป้อมปราการในสมัยยุคสงครามกลางเมืองที่มีสภาพดีมากและมีประวัติศาสตร์ที่น่าประทับใจ สร้างเมื่อปี 1265 โดย พระราชา Otakar ที่ 2 ซึ่งต้องการฐานที่มั่นที่มีอิทธิพลเหนือ Vltava and แม่น้ำ Malše เพื่อป้องกัน Bohemia ทางตอนใต้จากกองทัพใดๆ ก็ตามที่คิดจะรุกราน โชคไม่ดีนัก พระราชา Otakar ถูกสังหารในปี 1278 ระหว่างการรบที่ทุ่ง Moravian และเมืองถูกรุกรานโดยราชวงศ์ศัตรู Vitkovic เป็นที่น่าประหลาดใจ České Budějovice ถูกดำเนินการสร้างต่อไปตามแผนการเดิมของพระราชา Otakar ในศตวรรษที่ 15 การปฏิวัติ Hussite ตีตัวออกไปเป็นวงกว้างทางตอนใต้ของ Bohemia แต่มีข้อยกเว้นสำหรับที่แห่งหนึ่งคือ České Budějovice ที่มาคริสเตียนคาทอลิคที่แสดงความจริงใจต่อพระราชาและในการตอบแทนความภักดีเหล่านั้น ได้ถูกพัฒนามาเป็นสถานที่ใน Bohemia ที่มีความมั่งคั่งที่สุดและเมืองที่สำคัญที่สุด …

Read More »

Hluboká Chateau

Hluboká คือคฤหาสน์ใหญ่ที่เป็นอนุสรณ์สถาน ปราสาทโกธิกแบบดั้งเดิม มันถูกเปลี่ยนแปลงเป็นรูปแบบโบรอก ในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 มันถูกเปลี่ยนแปลงอีกครั้งอย่างมากในช่วงศตวรรษที่ 19 เมื่อมันถูกเปลี่ยนแปลงมาเป็นรูปแบบของ วินด์เซอร์โกธิค และกลายมาเป็นที่ประทับอย่างเป็นทางการของราชวงศ์ Schwarzenberg คฤหาสน์ Hluboká มีความสลับซับซ้อน ภายในตกแต่งด้วยสวนกระจกฤดูหนาว ห้องโถงขี่ม้า สวนแบบอังกฤษ (190 เฮกตาร์) และโบสถ์ การตกแต่งอย่างหรูหรานี้มีจุดเด่นที่งานแกะสลักไม้ที่เป็นเอกลักษณ์และคอลเลกชันที่มีคุณค่า   การเยี่ยมชมปราสาท มีการเยี่ยมชมทั้งหมด 3 แบบ ซึ่งทั้งหมดบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ การเยี่ยมชมแบบที่ 1 (250/160 คราวน์) คือการเยี่ยมชมหลักในพื้นที่สาธารณะ ส่วนแบบที่ 2 (230/160 คราวน์) พาคุณชมรอบๆ ห้องพัก การเยี่ยมชมแบบที่ 3 (170/80 คราวน์) คือการเยี่ยมชมห้องครัว โดยแบบแรกจะเป็นที่นิยมมากที่สุดและเป็นการได้รับข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับปราสาทที่ดีที่สุด เว้นแต่ว่าทางปราสาทมีงานที่ยุ่งมาก การเยี่ยมชมจะไม่ถูกดำเนินการระหว่าง 12.30 น. และ …

Read More »

ปราสาทโคโนพิสต์ (Konopiště)

ปราสาทโคโนพิสต์ ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนที่มีเสน่ห์และภูมิทัศน์ที่งดงาม ครั้งหนึ่งปราสาทแห่งนี้เคยเป็นของผู้สืบทอดราชบัลลังก์ราชวงศ์แฮบสเบิร์ก ซึ่งก็คือ ฟรานซ์ เฟอร์ดินัน เดสเต ผู้เป็นที่โด่งดังเพราะว่าการตายของเขาในปี 1914ได้ทำให้สงครามโลกครั้งที่ 1 เริ่มขึ้น เดิมทีปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทสไตล์โกธิกที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 ต่อมาได้ถูกสร้างใหม่ในศตวรรษที่ 19 และในปัจจุบันเป็นที่เก็บสะสมอาวุธ เฟอร์นิเจอร์ จิตกรรมและสิ่งทอทางประวัติศาสตร์อันน่าทึ่ง สิ่งที่ควรชมก็คือคอลเลกชั่นอาวุธและเสื้อเกราะยุคกลางที่น่าทึ่งของฟรานซ์ เฟอร์ดินัน และสวนที่ได้รับการตกแต่งทางภูมิทัศน์พร้อมมีนกยูงเดินเล็มหญ้าอยู่บนสนาม ฟรานซ์ เฟอร์ดินันหลงใหลการล่าสัตว์และบ้านของเขาก็ได้รับการตกแต่งด้วยถ้วยรางวัลของเขา เขาได้บันทึกในหนังสือของเขาว่าเขายิงสัตว์ไปประมาณ 300,000 ตัวตั้งแต่สุนัขจิ้งจอกและกวางไปจนถึงเสือ และสัตว์เหล่านี้มากกว่า 100,000 ตัวยังคงเป็นสิ่งตกแต่งบนผนังบ้านของเขาในปัจจุบัน  เซนต์ จอร์จ ปฏิสังขรณ์ปราสาทในช่วงปี 1881 – 1890 ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ห้องน้ำแบบชักโครก ไฟฟ้า และลิฟท์ นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์เซนต์จอร์จอยู่ใต้ระเบียงปราสาท มีทัวร์พร้อมมัคคุเทศน์นำทางสามทัวร์พร้อมให้บริการ ค่าเข้าชม : ราคา145 – 250 โครูนาเช็ก พิพิธภัณฑ์ ราคา …

Read More »