Home / สิ่งที่น่าสนใจ, สถานที่ต่างๆ ที่ดึงดูดใจ

สิ่งที่น่าสนใจ, สถานที่ต่างๆ ที่ดึงดูดใจ

ปราสาทปราก (Prague Castle)

ปราสาทแห่งกรุงปรากเป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่มีผู้คนเข้าเยี่ยมชมมากที่สุด และเป็นจุดสำคัญที่สุดของทั้งเมือง เปรียบดั่งว่าเป็นอัญมณีที่ล้ำค่าแห่งเมืองหลวงของเช็ก ปราสาทแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์อันเก่าแก่ของแผ่นดินเช็ก และความน่าเป็นไปได้ที่สุดคือ เจ้าชายโปริโวค (Prince Borivoj) เป็นผู้ที่ค้นพบเมื่อปี ค.ศ. 880 โดยตัวปราสาทเองเป็นเสมือนกับเมืองน้อยๆ เมืองหนึ่ง และตามที่หนังสือกินเนตส์ (Guinness Book of World Records) ได้บันทึกไว้ว่า เป็นปราสาทที่มีการเชื่อมโยงกันระหว่างส่วนประกอบต่างๆของปราสาทที่ใหญ่และซับซ้อนที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่ถึง 70,000 ตารางเมตร (437.5 ไร่) และยังคงใช้งานอยู่ในปัจจุบันนี้ ส่วนประกอบต่างๆของตัวปราสาททั้งหมดตั้งอยู่บนยอดเนินเขาและลดหลั่นลงมาจนถึงชายฝั่งด้านซ้ายของแม่น้ำวัลตารา (Vltava River) ตัวปราสาทอาจดูไม่เหมือนปราสาทแบบดั้งเดิมเป็นเพราะจากกรสร้างที่ได้กระจายออกไปตามแนวราบมากกว่าแนวตั้ง สิ่งที่ดึงดูดและสะดุดตาสำคัญๆ ต่อนักท่องเที่ยวคือมหาวิหารเซนต์วิตัส แคทเทอร์ดรอล (St Vitus cathedral) มหาวิหารหลังนี้สร้างมาตั้งแต่สมัยศัตวรรษที่ 14 เป็นการสร้างแบบสถาปัตยกรรมโกธีก (Gothic) ที่ได้ตกแต่งประดับประดาไปด้วยหัวสัตว์ประหลาดมากมายที่ทำด้วยหินตั้งอยู่บนหลังคาและปากท่อรางน้ำฝน ส่วนภายในของมหาวิหารนักท่องเที่ยวจะได้พบกับความงามอันประณีตของสถานที่ฝังศพต่างๆ และคุณยังสามารถปีนไต่ขึ้นไปบนยอดสุดของหอระฆังได้ ซึ่งเป็นจุดที่สูงสุดของปราสาทและสามารถชมความงามของตัวเมืองทั้งหมดจากมุมสูงตรงนั้น นอกจากนั้นมหาวิหารแห่งนี้ยังมีห้องสำหรับสวดมนต์เล็กที่อยู่ด้านข้างรอบๆ และสิ่งหนึ่งที่น่าทึ่งของห้องสวดมนต์เล็กของ เซนต์ เวนเซสลาส คือกำแพงฝาผนังที่ประดับได้ด้วยพลอยและหินที่มีสีสันสดใสระรานตา …

Read More »

สะพานชาร์ล

ศัตวรรษที่ 13 สะพานชาร์ลส์โดยปรกติแล้วจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมายและเช่นเดียวกันกับชาวเช็กยิ่งเฉพาะในช่วงเดือนฤดูใบไม้ผลิและช่วงฤดูร้อน แน่นอนว่าสะพานชาร์ลส์จัดอยู่ในอันดับต้นๆที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญในเมืองนี้ และเป็นสถานที่อันดับต้นๆในรายการที่คุณจะไปเยี่ยมชม ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือตอนเช้าที่จะได้สัมผัสกับประสบการณ์นี้และเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนไม่พลุกพล่าน แต่อย่างไรก็ตามการเดินเล่นผ่านแสงไฟยามค่ำคืนก็เป็นสิ่งที่สวยงามประทับใจอีกอย่างหนึ่งของกรุงปราก แผงขายของฝากมากมายตั้งเรียงรายอยู่ตามถนนหนทางดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด เช่นเดียวกันกับนักดนตรีข้างถนนที่บรรเลงเพลงของตัวเองจากหัวใจของพวกเขาสู่ใจของคุณยามที่คุณเดินผ่าน และคุณยังสามารถเป็นเจ้าของภาพวาดใบหน้าของคุณโดยศิลปินนักวาดภาพล้อเลียน ก็นับเป็นของที่ระลึกอีกอย่างที่จะได้น่านำกลับบ้านเช่นกัน สะพานชาร์ลส์ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือแห่งนี้ทอดตัวข้ามแม่น้ำวัลตาวา (Vltava River) ในกรุงปราก และสะพานได้เชื่อมต่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างยุโรปตะวันออกและตะวันตก และทำให้กรุงปรากเป็นเมืองสำคัญในฐานะเมืองแห่งเส้นทางการค้าขาย ตัวสะพานดั้งเดิมเคยถูกขนานนามว่า สะพานหิน หรือ สะพานแห่งกรุงปราก แต่ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น “สะพานชาร์ลส์” “Charles Bridge” เมื่อปี ค.ศ. 1870 พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 ทรงโปรดให้สถาปนิกและช่างก่อสร้างชื่อ ปีเตอร์ พาร์เลอร์ (Peter Parler) ให้สร้างสะพานที่ทันสมัยในยุคนั้น ในความคิดเริ่มแรกคือการสร้างแล้วสามารถที่จะใช้ประโยขน์ในการแข่งขันการต่อสู้บนหลังม้า  และหลายปีผ่านไปการตกแต่งสะพานแห่งนี้มีเพียงแค่กางเขนที่มีรูปหุ่นพระเยซูถูกตรึงอยู่เท่านั้นเอง หลังจากนั้นความปรารถนาของชาวคาทอลิคที่มีต่อการประดับประดาตกแต่งสะพานให้ดูสวยงามขึ้น ก็ได้ลงเอยกันด้วยการจัดสร้างรูปปั้นเพิ่มเติม 30 รูป และเริ่มสร้างตั้งแต่ปี (ค.ศ.1600 ถึงปี 1800) ปัจจุบันนี้รูปปั้นส่วนใหญ่เป็นของเลียนแบบ ส่วนสาเหตุที่ทำให้รูปปั้นเสียหายและได้ทำของเลียนแบบขึ้นมาคือจากการถูกน้ำท่วมซ้ำหลายครั้งหลายครา และภัยพิบัติต่างๆที่เกิดขึ้นในหลายๆศตวรรษที่ผ่านมา และรูปปั้นที่เก่าแก่ที่สุดตรงนี้คือ …

Read More »

จัตุรัสเมืองเก่า

จัตุรัสแห่งนี้ได้มีนโยบายให้เป็นศูนย์กลางสาธารณะที่สำคัญของกรุงปรากตั้งแต่ศัตวรรษที่ 10 และได้เป็นตลาดหลักตั้งแต่ศัตวรรษที่ 20 ตอนต้น และปัจจุบันนี้ได้เป็นแหล่งค้าขายสิ่งที่ต้องการให้แก่ทั้งนักท่องเที่ยวและผู้คนท้องถิ่น และเป็นแหล่งที่เต็มไปด้วยคาเฟ่ต่างๆ ผับและร้านอาหารอย่างมากมายทั้งนี้ยังรวมไปถึงร้านขายของที่ระลึกราคาถูก รถม้าไว้บริการ, พิพิธภัณฑ์และห้องจัดแสดงผลงานศิลปต่างๆ แต่อย่างไรก็ตามที่นี่จะเต็มไปด้วยการค้าขายอย่างมากมายแต่ไม่ได้ทำให้ความสวยงามของจตุรัสแห่งนี้ลดลงแต่อย่างใด จัตุรัสเมืองแห่งนี้เป็นสถานที่เหมาะสำหรับการที่จะนั่งข้างนอกผับทั้งหลายแหล่เพื่อที่จะลิ้มลองสุดยอดเบียร์นานาชนิดของกรุงปรากในระหว่างที่คุณดื่มด่ำกับบรรกาศของเมือง ส่วนที่สวยและน่าชมที่สุดของเมืองคือตึกราบ้านช่องที่ระบายด้วยสีพาสเทลที่ตั้งอยู่รอบๆจตุรัสนั้นเอง อาคารเมืองเก่า (The Old Town Hall) ที่มีนาฬิกาดาราศาตร์ (The Astronomical Clock) ตั้งอยู่ตรงมุมทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจตุรัส และนักท่องเที่ยวจะได้ชมรูปปั้นตุ๊กตาสาวกของพระเยซูคริสต์ทั้งสิบสองคนปรากฎโฉมออกมาให้เห็นทุกๆชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 09:00 จนถึง 21:00 น. ในทางทิศตะวันออกจะเห็นยอดแหลมของของโบสถ์ The Church of Our Lady Before Tyn และบริเวณไกล้ๆกันนั้นจะเป็นพระราชวัง ร็อคโคโค่ คินสกี้ (The Rococo Kinsky Palace) และ เมไดวอล เฮาส์ (The Medieval House) …

Read More »

ศาลาเทศบาลใหม่

อาคารแห่งนี้มีความโดดเด่นที่สุดอยู่ที่รูปแบบศิลปะนูโวอาร์ต (Art Nouveau) ตัวอาคารสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1906 ถึง 1912 และตั้งอยู่บนพื้นที่ของราชสำนักโบราณมาก่อน เป็นที่นิยมอีกแห่งหนึ่งที่ดึงดูดบรรดานักท่องเที่ยวเพื่อเข้ามาเยี่ยมชมศิลปสไตล์นูโวอาร์ต (Art Nouveau) ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับทองคำ งานกระจกสี งานประติมากรรม และงานนิทรรศการต่างๆที่ได้จัดขึ้นเป็นประจำ รวมทั้งการแสดงคอนเสิร์ตต่างๆ ในประวัติศาสตร์ตัวอาคารแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นโรงเรียนทางศาสนาและเป็นโรงเรียนการทหาร ครั้งหนึ่งอาคารได้ถูกรื้อถอนไปในที่สุด และได้สร้างขึ้นใหม่โดยศูนย์วัฒนธรรมปัจจุบันด้วยการสร้างอาคารแสดงนิทรรศนาการหลายอาคาร และอาคารห้องแสดงละครหรือคอนเสิร์ตโดยได้ออกแบบโดย เอ. บาลาสเซค (A. Balasek) และในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1918 ศาลาเทศบาลยังได้ถูกใช้เป็นสถานที่ประกาศเอกราชของประเทศเช็กโกสโลวาเกียในอดีต เมื่อปี ค.ศ. 1989 การประชุมระหว่างขบาวนการทางการเมืองที่เรียกว่า Civic Forum กับระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ โดยได้จัดขึ้น ณ สถานที่แห่งนี้ ห้องโถงสเมตานาฮอล์ล (Smetana Hall) ตั้งอยู่ใจกลางของตัวอาคาร ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตและงานบอลรูม การตกแต่งภายในได้ประดับประดาไปด้วยงานของศิลปินชั้นนำของเช็กจากทศวรรตแรกของศตวรรต ศิลปินที่มีชื่อเสียงอย่าง อัลฟอน มูชา (Alfons Mucha) …

Read More »

นาฬิกาดาราศาสตร์

หอคอยที่เป็นที่ยอดนิยมของเมืองคืออาคาร หอนาฬิกา (Town Hall Clock)นาฬิกาดาราศาสตร์ของกรุงปรากเป็นหนึ่งในนาฬิกาที่เก่าแก่และการสร้างที่ประณีตและละเอียดที่สุดที่เคยมีการสร้างมา นาฬิการนี้ถูกติดตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1410 และหลังจากนั้นได้ทำการปรับปรุงซ่อมแซมนาฬิกานี้โดย เดอะมาสเตอร์ ฮานาส (The Master Hanus) ในปี ค.ศ. 1490 นาฬิกาเรือนนี้มีส่วนประกอบหลักๆอยู่สามส่วนคือ หน้าปัดที่บอกเกี่ยวกับดาราศาสตร์ การอธิบายตำแหน่งการโคจรของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์บนท้องฟ้า และแสดงรายละเอียดอื่นอีกมากมายเกี่ยวกับดาราศาสตร์ “การออกมาเดินของสาวกของพระเยซูทั้ง12คน” นาฬิกาจะบอกเวลาทุกๆชั่วโมงและจะแสดงท่าทางของสาวกของพระเยซูทั้ง12คน และการเคลื่อนไหวของรูปปั้นอื่นๆ  และหน้าปัดปฎิทินจะเป็นเหรีญแกะสลักขนาดใหญ่อธิบายเดือนต่างๆ ผู้คนจะรวมตัวกันก่อนหน้าที่นาฬิกาจะแสดงการบอกเวลาตลอดทั้งวันตั้งแต่เวลา 09:00 ถึง 21:00 น. นาฬิการจะแสดงการบอกเวลาทุกๆชั่วโมง การแสดงท่าทางและเสียงระฆังของสาวกพระเยซูจะปรากฏอยู่ด้านบนจะเป็นรูปปั้นของไก่งวง (The Turk) ตัวที่ส่วยหัวในความที่ไม่เชื่อชื่อ เดอะไมเซอร์ (The Miser) ตัวที่จ้องมองทองคำในกระเป๋าของตน และวานิตี (Vanity) ตัวที่ชื่นชมตัวเองในกระจก การแสดงนาฬิกาดาราศาสตร์ – ทุก ๆ หนึ่งชั่วโมง ฝูงชนจะมารวมตัวกันใต้อาคารศาลาว่าการเมืองเก่าเพื่อเฝ้าดูนาฬิกาดาราศาสตร์เดิน  แม้ว่ากิจกรรมนี้จะกินเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที แต่นาฬิกานี้เป็นที่นิยมอย่างมากในยุโรป …

Read More »

มหาวิหาร เซนต์ วิตัส

ทางเดินแคบๆที่จะนำไปสู่ลานชั้นที่3 ของปราสาท และทันใดนั้นภาพที่จะได้เห็นคือภาพของสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬารและความน่าเกรงขามจับใจ ของสถาปัตยกรรมส่วนหน้าของมหาวิหารเซนต์ วิตัส ที่ค่อยๆปรากฏขึ้นที่ละน้อยเพียงแค่ความห่างไม่กี่ก้าว การผ่านเข้ามหาวิหารทำได้ด้วยการผ่านเข้าทางประด้านทิศตะวันตกของประตูมหาวิหาร ยอดแหลมของหลังคามหาวิหารเป็นความที่สง่างามโดยการที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมการก่อสร้างสไตล์โกธิกฝรั่งเศษที่ลอยสูงอยู่เหนือเชิงเทิน มหาวิหารแห่งนี้เป็นโบสถ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศด้วยการประกอบไปด้วยจำนวนของโบถส์เล็กๆอยู่อย่างมากมาย และภาพเขียนบนผนังและศิลาหน้าหลุมศพมากมาย อย่าลืมที่จะเยี่ยมชมห้องโถงจากประตูทางเข้าจนถึงแท่นบูชาที่ได้ประดับประดาไปด้วยงานศิลปกระจกสีตามหน้าต่างทั้งหลาย (สร้างผลงานโดยศิลปินชาวเช็กผู้ที่เชี่ยวชาญทางด้านงานศิลปนูโวชื่อ อัลฟอนส์ มูชา “Alfons Mucha”) ซึ่งของประดับประดาภายในได้ส่องประกายแววาวไปทั่ว ที่สุดของความงดงามของโบสถ์เล็กในมหาวิหารนี้คือที่ๆบรรจุหลุมฝังศพของมหาวิหาร เวนเชสลาส เพลงสรรเสริญของเทศกาลคริสต์มาสที่ชื่อเพลง “กูด คิง เวนเชสลาส”ได้กลายเป็นบางสิ่งสำหรับสถานที่เพื่อการแสวงบุญ และแสดงออกถึงวิถีของชาวคริสต์ศาสนจักร ใช้ห้องโถงที่ใช้ในการจัดพิธีฉลองเศวตฉัตรทั้งมงกุฏฉัตรในยุคสมัยโบฮีเมียน และห้องใต้ดินของมหาวิหารที่ใช้เป็นสุสานของพระราชวงศ์ส่วนใหญ่ทั้งกษัตริย์และราชินีของยุคโบฮีเมียนซึ่งเป็นที่พักผ่อนที่สุดท้ายชั่วกาลนาน(อย่างเช่นพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4, (Charles IV) กษัตริย์เวนเชสลาสที่ 4, (Wenceslas IV) จอร์จ แห่งโพดแบรดดี้ (George of Poděbrady) และจักรพรรดิ์รูดอลฟ์ที่ 2 (Rudolf II) เป็นต้น  ประตูทางเข้าสู่ปราสาททางด้านทิศใต้ “โกลเด้นเกท” ที่ตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสคชุบสีทองแสดงภาพของวันตัดสินอย่างสมบูรณ์แบบ สร้างเมื่อปีค.ศ.1370 และภาพนี้เป็นของสมบัติของผู้ที่นิยมศิลปคนหนึ่ง ซึ่งถูกค้นพบในคาสเซิล ดีสตริค …

Read More »

ย่านที่อยู่เก่าของชาวยิว (Josefov)

ย่านที่อยู่เก่าของชาวยิวนี้เป็นพื้นที่เล็กๆที่รู้จักกันในชื่อของ โจเซฟฟอส (Josefov)ตั้งชื่อตามจักรพรรดิ โจเซฟ ที่ 2 ผู้ที่ได้ทำการปฏิรูปเพื่อการช่วยเหลือให้ชาวยิวในสมัยนั้นได้มีที่อยู่อาศัยที่ดีเป็นหลักเป็นฐาน (ย่านที่อยู่เก่าของชาวยิวแห่งนี้เป็นส่วนที่หลงเหลือของชุมชนแออัดของชาวยิวมาก่อน) โจเซฟฟอสตั้งอยู่ตรงระหว่างจตุรัสเมืองเก่า (The Old Town Square) กับแม่น้ำวัลตาว่า ที่ตรงนี้มีบุคคลสำคัญสองคนที่มีประวัติความเป็นมาที่คล้ายคลึงกันที่เคยอยู่ในย่านนี้ของเมืองคือ แฟร็งค์ คัพค่า (Franz Kafka)และยักษ์โกเลม (Golem) ยักษ์ตนนี้ได้สร้างขึ้นโดย เยฮูด้า เบน เบ็ซซาวัล (Jehuda ben Bezalel) หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่า ราไบ โลฟ (Rabbi Löw) สถานที่ต่างๆในโจเซฟฟอสสามารถที่จะเดินชมได้ทั่วภายในหนึ่งวัน แต่หากว่าต้องการสำรวจรายละเอียดต่างๆของสิ่งเล็กสิ่งน้อยที่อยู่ภายในโบสถ์ของศาสนายิวต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งวันอย่างแน่นอน เช่นสุสานชาวยิวรวมทั้งโบสถ์ศาสนายิวที่เก่าใหม่ (Old-New Synagogue)โบสถ์คลาวเซ็น (Klausen) และโบสถ์พิงค์คัส (Pinkas) โบสถ์ที่กล่าวมานี้คุ้มค่ากับการเข้าชมอย่างแน่นอน อีกอย่างหนึ่งต้องเตรียมพร้อมที่จะจ่ายค่าเข้าชมเพราะสถานที่ต่างๆส่วนใหญ่จะเก็บค่าเข้าชมซึ่งราคาเริ่มตั้งแต่ 200 CZK หรือถ้าจ่ายแบบตั๋วเหมาครั้งเดียวในราคาเพียง 500 CZK ก็สามารถเข้าชมได้ทุกที่ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมค้นหาได้ที่ www.jewishmuseum.cz. …

Read More »

ตึกเต้นรำ

อาคารเต้นรำมีชื่อเล่นว่า “เฟรด และ จิงเจอร์” ซึ่งเป็นตึกสำนักงานสร้างอยู่ใจกลางกรุงปราก ได้สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1997 โดยสถาปนิกชาวเช็กชื่อ วัลโด มิลูนิค (Vlado Milunic) แต่เกิดในโครเอเชีย โดยการร่วมมือของสถาปนิกชาวอเมริกันชื่อ แฟร็งค์ เกฮรี่ (Frank Gehry) โดยได้สร้างบนพื้นที่ดินว่างเปล่าแปลงเล็กตรงริมแม่น้ำ ตึกที่ติดกันเจ้าของเป็นนักเขียนบทละครชาวเช็ก และเป็นอดีตประธาธิบดีชื่อ วัลโซฟ ฮาเวล ผู้ที่มีส่วนสนับสนุนคนสำคัญต่อสถาปัตยกรรมล้ำยุคที่ และมีบทบาทสำคัญในการโต้แย้งในการออกแบบและอนุมัติการก่อสร้าง ตึกเต้นรำรู้จักกันภาษาเช็กว่า ทันซิซิ ดัม (Tancici dum) ‘the Dancing House’ ตัวอาคารจะดูไปแล้วเหมือนกับคู่เต้นรำที่ยื่นออกมาให้เห็นโดยไม่มีการกระทบกระทั้งกับสถาปัตยกรรมแบบ นีโอ-บาโรก, นีโอ-โกธิก และศิลปแบบนูโว ตัวตึกนี้เป็นอีกหนึ่งที่มีชื่อเสียงของกรุงปราก มีห้องอาหารฝรั่งเศษระดับหลายดาวอยู่บนดาดฟ้าพร้อมด้วยทิวทัศน์ที่งามเป็นเลิศ ในตัวตึกมีบริษัทยักษ์ใหญ่นานาชาติเช่าพื้นที่อยู่ สถานที่ตั้ง: ราซิโนโว นาบรีซี 80 (Rasinovo nabrezi 80) (โดยการโดยสารรถรางหมายเลช 17 หรือ21)

Read More »

หอประชุมเมืองเก่า

หอประชุมเมืองเก่าคือสัญลักษณ์ของตัวแทนอำนาจของเมืองและหนึ่งในสถานที่ที่สวยงามมากที่สุดในศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของปราก ต้นกำเนิดย้อนกลับไปยังศตวรรษที่ 14 เมื่อบ้านเรือนเริ่มค่อย ๆ รวมเข้ากับอาคาร ซึ่งถือเป็นสถานที่ที่โดดเด่นในประวัติศาสตร์ของปรากและสาธารณรัฐเช็ก จอร์จแห่งโพดเบรดี ได้รับเลือกให้เป็นพระราชาแห่งโบฮีเมียที่นี่ และแจน ซิลลิฟสกี้ ผู้นำกลุ่มหัวรุนแรงของฮุสไซต์ ถูกประหารในสวนนี้ ภายหลังจากสงคราม White Mountain ผู้เข้าร่วมในการปฏิวัติถูกพาตัวไปยังที่แขวนคอจากคุกที่ตั้งอยู่ในหอประชุมเมืองแห่งนี้ พวกเขา 27 คน พบจุดจบที่นี่ในจัตุรัสเมืองเก่า จนกระทั่งช่วงเวลาของสงครามได้ส่งผลกระทบต่อหอประชุมเมือง ระหว่างการปฏิวัติของปราก ตอนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง บางส่วนของหอประชุมเมืองถูกเผาและนาฬิกาดาราศาสตร์ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ปัจจุบันหอประชุมเมืองเก่าคือสถานที่ที่ผู้คนต่างพากันมาจัดงานแต่งงานมากที่สุด แต่ผู้มาเยี่ยมชมยังสามารถพบเห็นเพดานแบบโรมาโน-กอธิก และโบสถ์กอธิก ซึ่งได้รับการออกแบบโดย ปีเตอร์ พาร์เลอร์ ผู้มีชื่อเสียงด้านจิตรกรรมฝาผนังในยุคกลาง รวมถึงอาคารเทศบาลสองสามแห่ง คุณสามารถมองเห็นอัครสาวกบนนาฬิกาดาราศาสตร์ของจัตุรัสได้อย่างใกล้ชิด และถ้าคุณอยู่ที่นั่นก่อนที่นาฬิกาจะตีครบชั่วโมง คุณสามารถมองมันค่อย ๆ เคลื่อนต่ำลงมา ความสุขที่แท้จริงของที่นี่คือการไต่ขึ้นไปบนหอคอยเพื่อชมทิวทัศน์แบบพาโนรามา ซึ่งเห็นยอดแหลมของอาคารในกรุงปรากไปทั่วบริเวณ การไต่ขึ้นไปยังหอคอยยังทำให้คุณเห็นโมเดลขนาดใหญ่ของปรากแบบร่วมสมัย บนชั้นสี่ที่สร้างจากกระดานไม้ อายุมากกว่ายี่สิบปีแล้วและกระจกชั้นสีโดย วลาสติมิล ซิลวา และ จิริ สตรากา จากทิวทัศน์ในมุมสูง เหนือจัตุรัสขึ้นไปที่หอคอยสูง …

Read More »

ถนนทองคำ ณ ปราสาทปราก (Golden Lane)

แวดล้อมด้วยโครงสร้างอันงามสง่าและตระการตาของหอคอยขาว (White Tower) และหอคอยดาลิบอร์ (Dallibor Tower) ถนนทองคำทอดตัวไปตามแนวกำแพงปราสาทและผ่านวันเวลาไปอย่างเงียบ ๆ จากประวัติศาสตร์ที่เคยเป็นที่พักของบรรดานักเล่นแร่แปรธาตุในช่วงศตวรรษที่ 16-17 รวมถึงคณะผู้ติดตามของกษัตริย์ ปัจจุบันกลายเป็นถนนสายเล็ก ๆ ที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจพร้อมด้วยทัศนียภาพอันน่าประทับใจ  จักรพรรดิรูดอล์ฟ (Emperor Rudolf)นิยมการเล่นแร่แปรธาตุเป็นอย่างมาก และตลอดรัชสมัยของพระองค์ก็มีการเรียกผู้มีชื่อเสียงในด้านนี้หลายคนเข้ามารับใช้ อาทิ ชาวอังกฤษอย่าง จอห์น ดี (John Dee) และ เอ็ดเวิร์ด เคลลีย์ (Edward Kelley) แม้พระองค์จะเป็นจักรพรรดิ แต่พระเจ้ารูดอล์ฟก็ทรงชอบสร้างปัญหาและทรงมีแนวโน้มของโรควิกลจริต รวมถึงอาการทางจิตอื่น ๆ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้พระองค์ทรงคลั่งไคล้ศาสตร์โบราณอันน่าพิศวงอย่างการเล่นแร่แปรธาตุ โดยพื้นฐานแล้วการเล่นแร่แปรธาตุคือความพยายามนำหลักการทางวิทยาศาสตร์มาสร้างปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ โดยมีเป้าหมายหลักคือการเปลี่ยนโลหะให้เป็นทองและการค้นหาความลับของการมีชีวิตอมตะ แม้ถนนสายนี้จะเกี่ยวข้องกับการเล่นแร่แปรธาตุ แต่ชื่อ “ถนนทองคำ” กลับมาจากการที่มีช่างทองจำนวนมากอาศัยอยู่ในบริเวณนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับบรรดานักเล่นแร่แปรธาตุแต่อย่างใด ความงดงามของถนนที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันเป็นผลงานของพระจักรพรรดินีมาเรีย เธเรซ่า (Empress Maria Theresa) ผู้ซึ่งประกาศว่าบ้านเก่าผุพังทุกหลังต้องสร้างใหม่โดยใช้วัสดุที่ดีกว่าเดิม ในศตวรรษที่ 19 ถนนเส้นนี้เป็นที่พักอาศัยของศิลปินและนักคิดทั้งหลาย …

Read More »

พระอาราม สตราร์โฮฟ

พระอารามแห่งนี้รู้จักกันเป็นที่ทั่วไปในชื่อ พระอารามสตราโฮฟ เคยไม่ได้รับสำเร็จมากสักเท่าไหร่จนกระทั้งปีค.ศ. 1143 เมื่อกลุ่มของปรีมอนส์สตราเทนเซียนส์ (Premonstratensians) ได้มาตั้งรกรากที่นี่ กลุ่มปรีมอนส์สตราเทนเซียนส์ เป็นชาวโรมันคาทอลิคตามวินัยศาสนาค้นพบในปีค.ศ. 1120 โดย เซนต์นอร์เบริต (St. Norbert)เป็นที่รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า นอร์เบริตเธียนส์ Norbertians หรือ ไวทน์แคนนอนส์ White Canons ช่วงเวลาระบอบคอมมิวนิตส์พระอารามแห่งนี้ได้ปิดตัวลงและพระจำนวนหลายรูปได้ถูกจับขังอยู่ในคุก และหลังจากการล้มสลายของระบอบคอมมิวนิสต์แล้ว เหล่าพระก็ได้พากันกลับมาที่นี่ในปีค.ศ. 1990 เขตพื้นที่ของพระอารามได้รวมไปถึงโบสถ์ เซนต์โรช (St. Roch), โบสถ์พระนางของเรากับการขึ้นสวรรค์ (Church of Our Lady of Ascension) ซึ่งเป็นสถานที่ที่โมสาร์ทกล่าวถึงกับการได้เล่นออร์แกนในโบสถ์นั้นเมื่อปีค.ศ. 1787 ในโบสถ์ยังห้องแสดงภาพของสตาร์โฮฟและห้องสมุดสตาร์โฮฟที่มีความเป็นลักษณะที่พิเศษ ห้องสมุดอันหรูหราไม่ธรรมดาแห่งนี้ตั้งอยู่ในห้องโถงอันใหญ่โตและตกแต่งเพดานด้วยปูนปั้นต่างๆนาๆ เป็นห้องสมุดเกี่ยวกับศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ซึ่งประกอบไปด้วยสองห้องโถงใหญ่และมีอายุมากกว่า 800 ปี ห้องสมุดได้บรรจุหนังสือมากกว่า 130,000 เล่ม รวมถึงหนังสือที่พิมพ์ก่อนหน้าปีค.ศ. 1500 อีก 2,500 …

Read More »

โบสถ์ติน (Church of Our Lady before Tyn)

เป็นโบสถ์แบบโกธิคซึ่งมีหอคอยคู่ของโบสถ์สูง 80 ม. ตั้งเด่นเป็นสง่าและสามารถมองเห็นได้จากในระยะไกลเช่นเดียวกันกับหอคอยของศาลาว่าการเมือง (Town Hall) ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามโบสถ์ โบสถ์นี้ก่อสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 และเป็นโบสถ์หลักของพ่อค้าชาวต่างชาติที่เดินทางมาค้าขายในเมือง โบสถ์นี้ยังมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สงครามฮูสไซท์ (Hussite) ในอดีตอีกด้วย รวมทั้งคุณยังสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ในยุคนั้นเมื่อเยี่ยมชมสถานที่สำคัญแห่งนี้  การตกแต่งภายในโบสถ์เป็นศิลปะตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 15 โดยมีแท่นหินบูชาสไตล์โกธิคและรูปปั้นของเซนต์ จอห์น พระแม่มารี และแม่พระและพระกุมารซึ่งเชื่อว่ามีอายุมากกว่า 550 ปี สิ่งที่ถือว่าเป็นการประดับตกแต่งที่น่าประทับใจมากที่สุดคือปะรำเหนือหลุมฝังศพของบิชอปลูเซียนแห่งมิรันโดล่า (Bishop Lucian of Mirandola) ซึ่งสร้างสรรค์โดย มาเตจ์ เรจ์เซค (Matej Rejsek) ในตอนปลายศตวรรษที่ 15 นอกจากนี้ยังมีรูปปั้นอื่น ๆ ภายในโบสถ์ที่สร้างสรรค์โดยศิลปินและปฏิมากรที่มีชื่อเสียง อย่างเช่น Jan Jiri Bendl และภาพวาดที่วาดโดย Skreta เช่นบนแท่นบูชาการขึ้นสวรรค์ของพระแม่มารี (Ascension of the Virgin …

Read More »